Disposable Me: (กล้อง) ใช้แล้วทิ้ง: Tsunari

Roll #08: [Tsunari สุนารี: การเดินทางที่ไม่รู้อนาคต แต่รู้จุดหมาย]

ตั้งแต่ #ย้ายประเทศกันเถอะ จนถึงคอมเมนต์กันมากมายว่าอยากย้ายไปจากประเทศไทย แต่มีกี่คนที่สู้ความวุ่นวายของการย้าย และ ไปได้ใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกได้จริงๆ !

การได้อยู่ในประเทศโลกที่ 1 มอบโอกาสอะไรให้กับ Tsunari (สุนารี) บ้าง? 

ลองมาฟังมุมมองของ Tsunari กัน แรปเปอร์จากค่าย Warner Music Thailand ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ใน เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ มาหลายปี หลังตัดสินใจดรอปเอาต์ (drop out) ลาออกจากมหาลัยเพื่อเดินทางแบบเสื่อผืนหมอนใบ ไปเริ่มชีวิตใหม่   

และเธอเพิ่งปล่อยซิงเกิลใหม่ “Dai Pao” (ได้ป่าว) ออกมาสด ๆ ร้อน ๆ ส่งตรงจากลอนดอนถึงไทยแลนด์

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอเหตุการณ์ที่ว่า หัวใจสั่งให้ทำ แต่สมองสั่งให้หยุด ปลอดภัยไว้ก่อน ‘เพลย์เซฟ’ เอาไว้เป็นดีที่สุด ถามว่ารอดมั้ย… ก็รอด แต่ถ้าถามต่อว่าแล้วเสียดายมั้ย? หลายคนก็คงจะยังเสียดายที่ไม่ได้ทำตามใจต้องการ

คำว่า ‘ถ้าวันนั้นฉันทำแบบนั้น’ ‘ถ้าวันนั้นตัดสินใจแบบนี้’ คงจะเป็นปมในใจยอดฮิตของชาวโลก แต่คงไม่ใช่กับ Tsunari (สุนารี) แรปเปอร์สาวมาดเท่ลูกครึ่งไทย ทรินิแดด เพราะเธอแบ่งหน้าที่ให้หัวใจช่วยตัดสินใจไปพร้อมกับสมอง

‘ร้องเพราะนะ แต่ไม่รู้จะขายยังไง’ ‘หน้าตาแบบนี้ไม่เหมาะเป็นนักร้องหรอก’ สุนารีเจอคำพูดประมาณนี้จนเบื่อ สมัยพยายามจะเป็นนักร้องในไทย 

ประเทศไทยยังมี Beauty standard ที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจงอยู่ประมาณหนึ่ง ไม่รู้สิ… จริง ๆ เราว่าสุนารีสวยมากนะ แต่หลายครั้งที่เธออยู่ไทยก็กลายเป็นแหยง ๆ ไม่กล้าทำอะไรและไม่กล้าแสดงออกเท่าที่ควร

มันก็น่าคิดนะ ว่าทำไมคนคนนึงถึงอยากออกจากสภาพแวดล้อมของประเทศตัวเองจนถึงขั้นเอาเงินเก็บทั้งหมดมาเดิมพัน…

จนเธอตัดสินใจดรอปเรียนไว้ที่มหาลัยปี 1 ที่กรุงเทพ ประเทศไทย และเอาเงินเก็บจากการทำงานร้องเพลงที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงตั้งแต่เด็กจนอายุ 19 เพื่อบินไปเริ่มต้นชีวิตใหม่และทำเพลงที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

“ถ้าคนนอกเค้าไม่ได้เชื่อ ไม่ได้บีลีฟในตัวเรา ก็ไม่เป็นไรค่ะ ตราบใดที่ข้างในเราโอเค เรารักตัวเราเอง เราเป็น cheerleader ของตัวเอง”

เสื่อผืนหมอนใบ กับกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ ที่บรรจุเสื้อผ้า ของใช้ และความฝันไว้เต็มกระเป๋า จากสาวโคราชสู่สาวลอนดอน คงไม่แปลกถ้าวันแรกที่เธอถึงลอนดอน เธอจะงง ๆ ไม่รู้จะทำอะไรต่อเท่าไหร่ เพราะแผนที่วางไว้เป็นแผนหลวม ๆ แต่ในภาพรวมของชีวิต นี่เป็นวันแรกที่เธอเลิก ‘หลงทาง’

“ชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน สถานการณ์ไม่เหมือนกัน”

ชีวิตแต่ละคนคงเจอสถานการณ์ไม่เหมือนกัน และแต่ละคนก็คงมีวิธีรับมือต่างกัน หลังมีอินเทอร์เน็ตโลกก็มีความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ไม่รู้จบ 

คำว่า ‘อาบน้ำร้อนมาก่อน’ อาจจะใช้ไม่ได้ในยุคนี้เสมอไป เพราะในยุคนี้ ทุกคนมีบ่อน้ำเป็นของตัวเอง… บางคนอาจได้อาบ (แช่) ในอ่างจากุซชี่ บางคนได้อาบในคลอง บางคนในบึง หรือบางคนก็อาบฝักบัวธรรมดา… ชีวิตยุคนี้สูตรสำเร็จมันไม่ได้ตายตัวอีกต่อไปแล้ว

“อาจเพราะว่าลอนดอนมีคนหลากหลายเชื้อชาติเข้ามารวมกัน ทำให้คนอังกฤษจริง ๆ อาจจะต้องปรับตัวเข้ากับโลกใหม่อะค่ะ 

รีคิดว่าความหลากหลายมันบังคับให้ฉันต้องดำรงชีวิตและฉันต้องยอมรับคนอื่นด้วย”

พอมีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ประเทศอนุรักษ์นิยมก็เปิดใจขึ้นมาได้ แม้แต่การที่สุนารียังไม่มีวุฒิปริญญา ก็ไม่ได้มีใครมาตัดสินหรือชี้นิ้วสั่งสอน และไม่ได้เป็นปัญหาในการทำงานในสายงานเธอ… 

“ความแตกต่างก็คือสิ่งที่จักรวาลสร้างขึ้น มันคือสวยงาม ความหลากหลายมันเป็นเรื่องธรรมชาติ ในเมื่อธรรมชาติสร้างให้เรามีความแตกต่าง เราไม่ควรฝืนบีบให้คนเหมือนกัน แล้วอะไรที่มันเป็นธรรมชาติ มันเป็นสิ่งแบบ… ว้าวอะ แม่นแล้ว…”

การเลือกลำดับในชีวิตของหลายคนก็อาจไม่เหมือนกัน จะเลือกทำตาม Passion หรือเลือกปลอดภัยไว้ก่อนก็ไม่ผิด หลายคนต้องการใบปริญญา หลายคนต้องการ Gap year ในขณะที่อีกหลายคนอาจมีเป้าหมายอื่น ๆ ที่สามารถพุ่งไปทำได้เลย

แรก ๆ พ่อแม่ก็เป็นห่วง โทรไลน์หาทุกวัน แต้สุนารีเริ่มทุกอย่างอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจากเก้ ๆ กัง ๆ ไปทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านอาหารไทย เพื่อต่อยอดไปทำอย่างอื่น พอชีวิตลงตัวเริ่มรู้จักคน มีเส้นสาย เริ่มรู้จักโปรดิวเซอร์ ก็เริ่มกลับมาทำเพลงตามที่ต้องการ 

“การทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการทำสำคัญนะ เฮ้ยเนี่ย มันคือโอกาสที่เราได้ใช้ชีวิตนี้ เราไม่รู้ว่าเรามีชาติหน้าหรือเปล่า แล้วถ้าเราค้นพบว่าเราอยากทำสิ่งนี้ สุนารีก็คิดว่าเราควรให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ ตราบใดที่มันไม่ได้ไปเบียดเบียนคนอื่น สุนารีก็ส่งเสริมเลยค่ะ”

แน่ล่ะ สุนารีก็ต้องฟังผู้ใหญ่ เรียนรู้จากประสบการณ์คนอื่นอยู่แล้ว แต่อย่าปล่อยให้ความกลัวของคนอื่น ความผิดพลาดของคนอื่น มาจำกัดชีวิตตัวเอง เพราะชีวิตมันไม่ได้ง่ายและตายตัวเหมือนที่เรากดใส่ฟิลเตอร์ใน IG แต่สุดท้ายแล้ว เราทุกคนก็ต้องสร้างพรีเซ็ตฟิลเตอร์แต่งภาพ (ชีวิต) ของตัวเอง

“มันมีโอกาสหลากหลายให้กับทุกคนค่ะ”

สุนารีตอบเราด้วยน้ำเสียงสดใสและใบหน้ายิ้มแย้ม ผ่านทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พูดถึงเรื่องโอกาส ก็อย่างที่รู้กันว่าคนที่ Look แบบนี้ในไทยมักจะโดนปฏิเสธจากค่ายเพลง และอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับความบังเทิง

“มันก็ทำให้ไม่มั่นใจ มันทำให้ประหม่ามั้งคะ ในใจเวลาเราจะทำอะไร มันเหมือนแบบเราไม่ดีพอ มันรู้สึกแหยง ๆ เหมือนทำได้ไม่เต็มที่ เหมือนคนจับจ้อง จับผิดตลอด เพราะในหัวเค้า Stereotype ว่าเฮ้ย มันต้องเป็นอย่างนี้ ต้องเป็นคนแบบนี้ แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นแล้ว แต่ช่วงอยู่ไทยตอนเด็ก ๆ จะเป็นงี้”

แต่สุดท้ายด้วยโชคชะตาเล่นตลกหรืออะไรก็ตาม เพราะโควิดระบาดทำให้วงการบันเทิงที่อังกฤษชะงักหมด จนเธอตัดสินทำเพลงจากที่นู่นแล้วส่งกลับมาปล่อยในไทย… ความนี้มีคนสนใจเฉยเลย ตลกมั้ย? ทั้ง ๆ ที่คุณภาพก็พอกัน แม้อุณหภูมิของที่ที่เธออยู่จะต่างกัน เสื้อผ้าจะต่างกัน แต่สิ่งที่อยู่ข้างในก็ยังเหมือนเดิม

เราเคยเห็นคำคมที่เค้าแชร์ ๆ กันในอินเทอร์เน็ต บอกว่า ‘ไม่มีตอนไหนที่พร้อมที่สุดหรอก’ คือมันยากมากถ้าเรารอให้พร้อมเต็มที่ เพราะมันไม่เต็มที่ซักที แล้วเราจะรอไปเรื่อย ๆ เราเห็นด้วยนะ และคิดว่ามันเอาไปปรับใช้ได้หลายสถานการณ์ (ยกเว้นตอนมีลูกแล้วกัน ฮ่า ๆๆๆ อันนั้นต้องพร้อมจริง ๆ)

เท่าที่เราได้คุยกับสุนารี เรารู้ได้อย่างนึงเลยคือในมุมของและสถานการณ์ชีวิตเธอ ‘ชีวิตเนี่ย อย่าให้มันมีข้อแม้มาก’ และเธอก็ทำมันออกมาได้ดี เป็นเรื่องที่ดี และเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ คุยกับเธอแล้วเราก็แอบนึกเสียดายเหมือนกันนะ ที่ก่อนหน้านี้เรามีข้อแม้เยอะไปหมด ต่อให้มั่นใจก็ไม่กล้าทำ หรือที่ผ่านมาเราเพลย์เซฟไปนะ… 

คงดีถ้าเพื่อน ๆ ที่อ่านอยู่นำพรีเซ็ตฟิลเตอร์ชีวิตของสุนารีไปปรับประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ชีวิตตัวเอง

ก็นั่นแหละ อย่าเอาความผิดพลาดและความสำเร็จของคนอื่นมาจำกัดชีวิตตัวเอง เพราะแต่ละคนมีบ่อน้ำคนละบ่อ…

Loading next article...