วัยรุ่นไม่พร้อมมีลูก? ใครบอก

คำว่า “พร้อม” คือคีย์เวิร์ดสำคัญในการมีลูก!?!

ทั้งต้องมีเงิน มีเวลา มีประสบการณ์ที่มากพอ หรือเป็นการที่มีอายุที่เหมาะสม แล้วความเหมาะสม หรือ พร้อม เอาอะไรมาตัดสินกันล่ะ! แล้วใครบอกว่าตัดสินกันได้นอกจากตัวเรา

“ให้ตายอะ เราแม่งเชื่อในทฤษฎีนี้อะ ว่าเราถ้าอยู่ในจุดที่มันมีอะไรบางอย่างมารัดตัว แม่งจะสามารถรีดเค้นจักระในตัวเองออกมาได้!” ตูน (นักร้องนำวง T_047) เชื่อในความบ้าคลั่งที่จะกล้าตัดสินใจแล้วเรียกจักระความเป็นพ่อแม่ออกมาจากตัวพวกเราเองแหละ มาฟังพี่ตูนกันดูนะ

โอ้ลมหนาว ฉันรู้ว่าคงต้องมา แล้ววันนึงก็ลา เมื่อลมพัดพาจางหาย” เพลง”เพียงฤดู”นอกจากจะเป็นหนึ่งในเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้กับวง T_047 แต่ยังเป็นชื่อของลูกชายวัย 3 เดือนของพี่แนน และพี่ตูน (นักร้องนำวง T_047) ที่ทั้งคู่ตั้งใจจะเริ่มต้นชีวิตครอบครัวกัน แต่แล้วก็พบกับวิกฤตโควิด ทำให้น้องฤดูเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเกิดขึ้นมาท่ามกลางสถานการณ์โลกที่โกลาหลแห่งนี้

“ตอนรู้ครั้งแรกในหัวก็มีแต่เหยดดดดเข้(ลากเสียงยาว) มันมีเลือดความเป็นพ่อเข้ามา จากตอนแรกที่เรารู้สึกว่ากูเนี่ย นักดนตรีมาก ชีวิตกูนักดนตรีมาก พอรู้ปุ๊บกลายเป็น นักดนตรี/บิดา”

บิดา…เป็นคำที่โคตรยิ่งใหญ่จริง ๆ 555

เราเริ่มต้นลองมองเรื่องการมีครอบครัวจากตัวเอง เพื่อนรอบตัว หรือคนรู้จัก และก็ได้คำตอบว่าแทบจะไม่มีใครที่วางแผนจะมีลูก หรือแม้แต่แต่งงานภายในเร็ว ๆ นี้ ไม่ว่าจะด้วยปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง สังคม หรือแม้กระทั่งปัญหาระดับโลกอย่างโควิด หรือภาวะโลกร้อนที่ดูเหมือนจะเลวร้ายลงไปเรื่อย ๆ เราก็เป็นคนนึงที่มีความคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่ดูไม่ค่อยเหมาะจะเริ่มต้นสร้างครอบครัวหรือวางแผนในระยะยาวเท่าไหร่

เราเลยถามจากมุมมองเราเองไปว่า ทำไมพี่ตูนถึงเลือกที่จะใช้ชีวิตที่แตกต่างกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำกัน พี่ตูนบอกกับเราว่า “เราก็ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องแปลกนะ และจังหวะชีวิตช่วงมหาลัยเราก็ได้ออกเดินทาง เล่นดนตรี พอตอนนี้เลยไม่ได้อยากไปไหนแล้ว ไม่ได้อยากออกไปใช้ชีวิตหรือผจญภัยแล้ว เลยคิดว่าการมีครอบครัวตอนนี้เหมาะสมกับเรา”

เป็นคำตอบที่เรียบง่ายมาก แต่ถ้ามองจริง ๆ ก็อาจจะเป็นวัยที่เหมาะสมตามธรรมชาติให้คนมีลูกก็ได้ แต่เพียงว่าปัจจุบันนี้โลกเรามันอยู่ยากขึ้นจริง ๆ หรือคนเราตั้งกฎเกณฑ์จนทำให้มันอยู่ยากเกินไปกันนะ

“คือความฝันของผมไม่ได้เป็นการไปทัวร์ ขึ้นเวทีใหญ่ ขึ้นเวทีราชมังคฯ แต่มันคือการออกเดินทางไปเล่นตามเวทีเล็ก ๆ มีลูกไปด้วย มีครอบครัวไปด้วย พาลูกไปเจอธรรมชาติ เพราะฉะนั้นมันก็ตอบกลับมาอีกว่า มันยิ่งเป็นการคอมพรีทความฝันของเราไปด้วย”

ตอนเราเห็นครอบครัวของพี่ตูนและพี่แนนครั้งแรก เรามีคำถามขึ้นมาเลยว่า มีลูกตอนนี้หรอ ทำไมใจกล้าจัง

เพราะในความคิดเรา การมีลูกต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากในการตัดสินใจ เพราะถ้ามันล้มเหลวคงไม่สามารถมีอะไรมาชดเชย หรือทดแทน ความสุขของเด็กคนนึงได้เลย

“ผมดันมีเลือดของความบ้าคลั่ง การเลือกที่จะเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง เลือดของความมั่นใจ ซึ่งบางคนก็มองว่ามันเสี่ยง มันอันตราย แต่ตลอดเวลาการใช้ชีวิตที่ผ่านมา มันให้ผลตอบรับที่ดี และถ้าเกิดว่าการใช้ชีวิตแบบนี้ ถ้ามันเฟล ก็พร้อมจะน้อมรับ แต่ก็อยากลองเชื่อสัญชาตญาณตัวเองดู”

“ผมเพิ่งรู้สึกได้ว่ามันเป็นสัญชาตญาณของความเป็นพ่อ คือก่อนที่จะมีลูก เราก็ไม่ได้คิดว่าจะทำสิ่งนี้ เพื่อหาผลกำไรหรือเพื่อความมั่นคง แต่พอมีลูกปุ๊บ มันไปอยู่ในการใช้ชีวิตมันจะอัตโนมัติไปเอง ในการเขียนหนังสือ การเขียนเพลง ที่เมื่อก่อนทำเพลงเอาแต่ใจ ตอนนี้กลายเป็น เพลงมันถูกกลั่นกรองว่า มันจะต้องแปลงมาเป็นทรัพย์สินที่จะเลี้ยงครอบครัว มันกลายเป็นแทรกไปอยู่ในชีวิตการทำงานของเราไปเอง”

เราชอบและนับถือความคิดของพี่ตูน เพราะเราก็เป็นคนนึงที่อยากจะใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณ และตามใจตัวเองจริง ๆ แต่ก็ยังไม่ได้มีความกล้า (บ้าคลั่ง) พอที่จะใช้ชีวิตทั้งหมดตามใจตัวเอง เรายังมีความกังวล ลังเล และมองคนอื่นค่อนข้างเยอะ

เราเป็นคนนึงที่กลัวอนาคตมาก ด้วยปัญหาต่าง ๆ ที่โลกกำลังเผชิญอยู่นั้น ทำให้เราและหลายคนเกิดความไม่แน่ใจที่จะต้องวางแผนชีวิตในระยะยาว

เราถามพี่ตูนว่า ไม่กลัวอนาคตจะแย่กว่านี้หรอ แต่พี่ตูนก็บอกว่า ไม่อยากให้บริบทของประเทศ หรือปัจจัยภายนอกมาเป็นตัวกำหนดว่าควรมีลูกหรือไม่มี มันควรเป็นการตัดสินใจของคนเป็นพ่อแม่โดยอิงจากความพร้อมของตัวเองเป็นหลัก ซึ่งเอาจริงเราคิดมาตลอดว่าการมีลูกซักคน สิ่งที่สำคัญที่สุดควรคิดอย่างแรกก็คือ สังคมที่เด็กคนนึงจะโตขึ้น แต่เราพอเราได้ฟังพี่ตูนบอก

เราก็ได้กลับมามองตัวเองครั้งแรกเลย จริงด้วย เอาจริง ๆ เรา (ทุกคน) ก็ไม่ได้โตมาในสังคมที่มันสมบูรณ์แบบเลย บิด ๆ เบี้ยว ๆ ตามสถานการณ์ แต่เราก็ยังรอดมาได้ถึงปัจจุบัน (เก่งมากทุกคน!)

“ถ้าเราไปอิงกับบริบทของประเทศ เราไม่รู้เลยเว้ยว่ามันจะไปถึงเมื่อไหร่ในสิ่งที่มันกำลังเป็นตอนนี้อะ เมื่อวันก่อนนายกก็เพิ่งออกมาบอกว่าจะอยู่ให้ได้ถึง 29 ปี อะ ทีนี้ทำไงอะ (หัวเราะ) ประเทศจะเหี้ยไปอีก29ปีอะ แล้วตอนนั้น เราก็จะอายุ 50 แล้ว พอจากประยุทธ์ไป ก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศอีก”

ขำไม่ออกเลย อีก29ปีเลยหรอ แย่แล้วววว

การมีลูกก็เป็นเหมือนการลงทุนอย่างนึง ยังไงพ่อแม่ทุกคนก็มีความคาดหวังต่อลูกอยู่แล้ว ไม่มากก็น้อย ลองถามพี่ตูนไปขำ ๆ ว่ามีอะไรที่คาดหวังกับลูกมั้ย

มีว่ะ ผมว่ายังไงทุกคนก็ต้องมีความคาดหวังในใจอะ ยังไงผมก็ต้องหวังว่าอย่าเป็นสลิ่มนะลูก (หัวเราะ)”

เอางี้เลยนะพี่?

“มันมีความหวังในใจอยู่แล้ว แต่ว่าเรารู้สึกว่าหวังได้ แต่อย่าไปคาดคั้นให้เขาต้องเป็นไปตามหวังเราตลอด

ถ้าถามผมว่าความคาดหวังจริง ๆ คืออะไร คือผมคาดหวังให้เขาเลือกที่จะคิดและมีชีวิตในแบบที่เขาได้ตกตะกอนกับตัวเองมาแล้ว ถ้าเราคาดหวังแค่จุดนี้ มันก็จะตอบโจทย์ที่ว่า เราไม่ต้องไปยัดอะไรให้เขามาก ขอแค่เขาคิดได้ เขามีกระบวนการคิดในแบบของตัวเอง เราก็อุ่นใจแล้ว แต่ไม่ต้องไปเป็นอะไรที่มันยิ่งใหญ่

 เราก็ตอบโจทย์กับตัวเองมาแล้วว่าสิ่งที่เราเป็นอะไรที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่มากมันก็ตอบโจทย์ความสุขของเราได้”

“เรารู้สึกว่าไม่อยากให้เขาต้องมาต่อสู้ หรือว่าลำบากเลย แบบไม่ต้องเศรษฐกิจพอเพียงหรืออะไรเลย อยากให้ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยได้เต็มที่ แต่ว่าถามว่าตอนนี้เรามีฐานะขนาดที่จะฟุ่มเฟือยได้มั้ย ก็ยังอะ ซึ่งนั่นแหละ ผลมันออกมาได้สองทาง ลูกได้ฟุ่มเฟือยไปเลย หรือว่าสำเร็จน้อยหน่อย แต่ยังไงมันก็จะไม่จบตรงที่ว่าลูกไม่มีจะกินหรือลำบากแน่นอน”

“เราจะชอบยกเคสนึงที่เคยดู นารูโตะจะมีอาจารย์ชื่อจิไรยะแล้วมันจะให้เรียกเก้าหางออกมา แล้วทำยังไงก็ทำไม่ได้ สุดท้ายจิไรยะก็เลือกที่จะผลักนารูโตะลงเหว ให้ตายอะ เราแม่งเชื่อในทฤษฎีนี้อะ ว่าเราถ้าอยู่ในจุดที่มันมีอะไรบางอย่างมารัดตัว แม่งจะสามารถรีดเค้นจักระในตัวเองออกมาได้”

ณ ที่นี้คือจักระความเป็นพ่อว่ะ อย่างเฟี้ยววว

“เราว่าโลกนี้ต้องการความบ้าในการขับเคลื่อนประมาณนึง แต่ก็ต้องปลอดภัยด้วย ผมไม่ได้เหยียบคันเร่งยับ”

“ผมอยากให้เขามีความกบฎในตัว ไม่ได้เห็นภาพเป็นกิจกรรมอะไรเลย แค่ไปวันไหว้ครู แล้วลูกผมแบบ เนี่ยพ่อ จารย์คนนี้แม่งเหี้ยมาก

ผมอยากเห็นเขาเข้าใจโลก มีความคิดของตัวเอง คือสุดท้ายไม่ต้องมาเป็นเหมือนผมที่ผมเคยต้องไปยืนหรือไหว้ใครตามคนอื่นแล้ว แต่ให้เขาตั้งคำถามเป็น เขาก็จะเป็นเพื่อนคุยกับผมได้ แล้วเหมือนผมจะได้มองโลกกลับไปใช้ชีวิตใหม่ ตอนผม 40 เขาก็เพิ่ง 15 ก็คุยกันได้ อันนี้คือความฝันที่เป็นส่วนตัวของตัวเอง แต่ความฝันแม่เขาคงอยากให้ลูกเป็นคนดี (หัวเราะ) 

แค่อยากให้เขาตั้งคำถามเยอะ ๆ”

นี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของเด็กในรุ่นถัด ๆ ไปก็ได้ เมื่อก่อนคนรุ่นเราอาจจะโดนคาดหวังจากผู้ใหญ่ให้เป็นเด็กดีที่ว่าง่าย ไม่ตั้งคำถาม แต่ถ้าเด็กรุ่นนี้โตขึ้นมาท่ามกลางการตั้งคำถามอย่างเป็นปกติ สังคมเราจะเป็นยังไงนะ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วอะ 

ตอนนั้นเราคงเป็นคนแก่ที่ตามโลกนี้ไม่ค่อยทันแล้วรึเปล่า อาจจะมองเด็กว่าดื้อเหมือนที่ผู้ใหญ่มองเรารึเปล่า แต่ยังไง เราก็เชื่อว่าการตั้งคำถามไม่ว่ากับอะไร ย่อมเป็นบ่อเกิดของความคิด และการแก้ปัญหาใหม่ ๆ เสมอ ถ้าไม่มีความสงสัย ก็ไม่มีศิลปะ ถ้าไม่มีศิลปะ โลกนี้จะสวยงามได้ยังไง เห็นด้วยมั้ย

สองปีนี้ถือว่าเป็นปีที่พีกมากของโลก ถ้าน้องฤดูโตขึ้นอยากเล่าอะไรให้เขาฟังบ้าง 

คงเล่าเรื่องโรคภัยไข้เจ็บก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นตอนที่เขาเกิด เนี่ยตอนที่พ่อแม่มีลูกอะ กลัวฉิบหายเลย (หัวเราะ) ทำไมเราเป็นพ่อแม่ที่เหนื่อยกันขนาดนี้วะ ไม่ได้เหนื่อยในการทำอาชีพแล้วอะ มันเหนื่อยแบบ  เชี่ยเอ๊ย จะลงไปรับ Grab ทีนึง ฉีดสเปรย์จนถุงข้าวจะเปียกแอลกอฮอล์หมด 

คงเล่าให้เขาฟังว่าเนี่ย มันเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น ในรัฐบาลแบบนี้ ตอนที่เขาโตขึ้น เผลอ ๆ แม่งยังเป็นรัฐบาลชุดเดิมอยู่เลย(หัวเราะ)”

ฉิบ (หาย)

ความฝันของครอบครัว Sky and Whale คือการสร้างครอบครัวตอนวัยรุ่น ความฝันของคนอื่นอาจจะเป็นการได้ออกเดินทาง หรือจะเป็นการไม่มีลูก ก็ไม่มีใครผิดเลย เราต้องใช้ชีวิตแบบที่เราคิดว่าดีสิ ไม่ใช่ให้คนอื่นมาตัดสิน

สำหรับความฝันตอนนี้ของเราคงจะเป็น อยากใช้ชีวิตที่ไม่มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ให้มีความสุขไปเรื่อย ๆ ได้เลี้ยงหมาตัวใหญ่ ๆ พาพ่อแม่ไปเที่ยวบ้าง เจอเพื่อนบ้าง คิดว่าน่าจะเป็นชีวิตที่เรามองกลับมาแล้วมีความสุขไปกับมันได้แล้ว

เราไม่ได้บอกว่าควรใช้ชีวิตยังไงนะ เพราะทุกคนมีปัจจัยเป็นของตัวเองเหมือนที่พี่ตูนบอก แต่ชีวิตเราอาจจะเป็นการลองผิดลองถูกไปตลอดชีวิตก็ได้ อย่ากดดันตัวเองนักเลยว่าต้องใช้ชีวิตแบบไหน ต้องประสบความสำเร็จ หรือเป็นอายุน้อยร้อยล้าน โตไปเป็นคนแก่ที่ใช้ชีวิตอย่างไม่น่าเสียดายกันเถอะ

สุดท้ายแล้วการที่คนคนนึงตัดสินใจจะมีลูก ไม่มีลูก ฝันในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ หรือไม่มีความฝันอะไรเลย หรือเลือกที่จะใช้ชีวิตยังไง (โดยเบียดเบียนคนอื่น) จะมีใครสามารถตัดสินชีวิตใครได้จริง ๆ หรอ 

เราเห็นด้วยกับพี่ตูนนะว่าการกังวลกับอนาคตจนทำให้การใช้ชีวิตปัจจุบันไม่มีความสุขมันก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดายเมื่อเวลาผ่านไปเหมือนกันนะ 

ทุกคนควรจะมีสิทธิและอิสระในการใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง เพราะเราทุกคนก็เพิ่งใช้ชีวิตนี้เป็นครั้งแรกเหมือน ๆ กัน ใช้มันให้เต็มที่ในแบบที่เราเลือกเถอะ ทุกคนมีทางเดินเป็นของตัวเอง ใช้ชีวิตที่ตัวเองเลือก ไม่ต้องเสียดาย แล้วไว้พอถึงปลายทาง ค่อยมาผลัดกันเล่าเรื่องสนุก ๆ ให้กันฟังนะ

Loading next article...